วันอาซูรอ (Ashura) เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในหน้าประวัติศาสตร์และหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลาม โดยตรงกับวันที่ 10 ของเดือนมุฮัรรอม ซึ่งเป็นเดือนแรกของปฏิทินทางจันทรคติอิสลาม (ฮิจเราะห์ศักราช) คำว่า "อาซูรอ" (عاشوراء) มีรากศัพท์มาจากภาษาอาหรับที่แปลว่า "สิบ" แม้จะเป็นวันเดียวกันในปฏิทิน แต่ความหมาย เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ระลึกถึง รวมถึงรูปแบบการปฏิบัติศาสนกิจและประเพณีกลับมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างมุสลิมสองนิกายหลัก คือ ซุนนีย์ และ ชีอะฮ์ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1. มุมมองและการปฏิบัติของชาวมุสลิมซุนนีย์ (Sunni)
สำหรับชาวมุสลิมซุนนีย์ วันอาซูรอคือวันแห่งความอัศจรรย์และการแสดงความขอบคุณต่อพระผู้เป็นเจ้า
ประวัติศาสตร์แห่งการปลดแอก: วันนี้เป็นวันที่พระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮ์) ทรงสำแดงปาฏิหาริย์แหวกทะเลแดง เพื่อช่วยเหลือนบีมูซา (โมเสส) และชาวยิวอิสราเอลให้รอดพ้นจากการตามล่าของกองทัพฟิรโอน (ฟาโรห์) ผู้กดขี่ และทรงทำให้ฟิรโอนและไพร่พลต้องจมน้ำเสียชีวิตในทะเลนั้น
การถือศีลอดตามซุนนะฮ์ (แบบอย่างศาสดา): เมื่อศาสดามูฮัมหมัดอพยพไปยังเมืองมะดีนะฮ์ และพบว่าชาวยิวในเมืองนั้นกำลังถือศีลอดเพื่อขอบคุณพระเจ้าในวันนี้ ท่านจึงกล่าวว่าชาวมุสลิมมีความใกล้ชิดกับนบีมูซายิ่งกว่า จึงได้แนะนำให้ชาวมุสลิมถือศีลอดด้วย โดยนิยมถือศีลอดควบกัน 2 วัน เพื่อให้แตกต่างจากชาวยิว ได้แก่ วันที่ 9 และ 10 (ตาซูอาและอาซูรอ) หรือ วันที่ 10 และ 11 ของเดือนมุฮัรรอม ซึ่งการถือศีลอดนี้เชื่อว่าจะช่วยลบล้างบาปกรรมย่อยๆ ในรอบปีที่ผ่านมา
ประเพณี "ขนมอาซูรอ" ในภาคใต้ของไทย: ในวิถีชีวิตของชาวไทยมุสลิม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเพณีการกวนขนมอาซูรอ (หรือ ตูแปซูรอ) ซึ่งเป็นการนำวัตถุดิบหลากหลายชนิด เช่น ข้าวสาร เผือก มัน ถั่ว น้ำตาล และเครื่องเทศ มาต้มและกวนรวมกันในกระทะใบบัวขนาดใหญ่ ประเพณีนี้สะท้อนถึงเรื่องราวของนบีนุฮ์ (โนอาห์) ยามที่เรือเรือสำเภาจอดเทียบท่าหลังน้ำท่วมโลก แล้วผู้คนนำเสบียงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดมารวมกันปรุงอาหาร กิจกรรมนี้เน้นการสร้างความสามัคคี การแบ่งปัน และความร่วมมือร่วมใจกันของคนในชุมชน
2. มุมมองและการปฏิบัติของชาวมุสลิมชีอะฮ์ (Shia)
สำหรับชาวมุสลิมชีอะฮ์ วันอาซูรอคือวันแห่งความโศกเศร้า การไว้อาลัย และการระลึกถึงการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
โศกนาฏกรรมแห่งกัรบะลาอ์: วันนี้เป็นวันครบรอบการพลีชีพ (ชะฮีด) ของท่านอิหม่ามฮุเซน อิตน์ อลี ผู้เป็นหลานชายแท้ๆ ของศาสดามูฮัมหมัด ในโศกนาฏกรรมเมื่อปี ฮ.ศ. 61 (ค.ศ. 680) ณ สมรภูมิกัรบะลาอ์ (พื้นที่ประเทศอิรักในปัจจุบัน) โดยท่านอิหม่ามฮุเซนและครอบครัวรวมถึงผู้ติดตามจำนวนน้อย ได้ต่อสู้จนตัวตายกับกองทัพอันมหึมาของกาลิบยาซีด เพื่อปกป้องความถูกต้องและความบริสุทธิ์ของหลักการอิสลามจากการบิดเบือนของผู้ปกครองที่ทรราช
พิธีกรรมและการไว้อาลัย: ชาวชีอะฮ์ทั่วโลกจะจัดพิธีไว้อาลัยอย่างยิ่งใหญ่ มีการสวมชุดดำ ร่วมฟังการบรรยายประวัติศาสตร์ความเจ็บปวดในสมรภูมิ มีการแห่ขบวน และการแสดงความเศร้าโศกเสียใจ (มะอ์ตัม) เพื่อแสดงความภักดีและร่วมรับรู้ถึงความทุกข์ทรมานของครอบครัวศาสดา โดยศูนย์กลางของพิธีกรรมจะอยู่ที่สุสานของท่านอิหม่ามฮุเซนในเมืองกัรบะลาอ์ ประเทศอิรัก ซึ่งมีผู้แสวงบุญเดินทางไปเยือนนับล้านคนในแต่ละปี
วันอาซูรอในปีปัจจุบัน (พ.ศ. 2569 / ค.ศ. 2026)
ภายใต้ปฏิทินฮิจเราะห์ศักราช 1448 วันอาซูรอ (วันที่ 10 มุฮัรรอม) ในปีนี้จะตรงกับ: วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ข้อสังเกตและข้อพึงระวังเกี่ยวกับเวลา:
การเริ่มต้นวัน: ตามหลักการของศาสนาอิสลาม การนับวันใหม่จะเริ่มขึ้นเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน (ไม่ใช่เที่ยงคืน) ดังนั้น บรรยากาศและการเข้าสู่วันอาซูรออย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน และจะสิ้นสุดลงในช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ความคลาดเคลื่อนท้องถิ่น: เนื่องจากปฏิทินอิสลามยึดโยงกับการดูดวงจันทร์จริง (การเห็นจันทร์เสี้ยวแรก หรือ ฮิลาล) กำหนดวันที่แน่นอนในแต่ละประเทศจึงอาจมีความคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไป 1 วัน ขึ้นอยู่กับประกาศของผู้นำศาสนาหรือสำนักจุฬาราชมนตรีในประเทศนั้นๆ
บทความที่น่าสนใจ


