
อัลกุรอาน ญุซที่ 2 เริ่มต้นด้วย อัลบะเกาะเราะฮ์ ต่อเนื่องจาก ญุซก่อน ซึ่งหลากหลายเรื่องราวที่ถูกกล่าวไว้
สรุปความ อัลกุรอาน ญุซที่ 2
อัลกุรอาน ญุซที่ 2 เริ่มต้นด้วย อัลบะเกาะเราะฮ์ ต่อเนื่องจาก ญุซก่อน ซึ่งหลากหลายเรื่องราวที่ถูกกล่าวไว้ และส่วนหนึ่งในนั้น ... ได้บอกเล่าเรื่องราว ดังต่อไปนี้ :-
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 144
____________________
(สืบเนื่องจากญุซที่ 1) ที่มีการกล่าวถึงอายัตที่มา "นาซิค" (ยกเลิก) อายัตก่อน นั้น อัลลอฮได้ทรงกล่าวถึงการเปลี่ยนกิบลัต ซึ่งก่อนหน้านี้ ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซอลฯ) ได้ถูกบัญชาจากอัลลอฮให้หันไปทางที่ท่านพึงพอใจ ซึ่งก็คือทางมัสยิด อัลอักศอ จากนั้น อีก 16 เดือน อัลลอฮ ทรงประทานอายัตถัดมาจากอายัตก่อนหน้า ให้ผินหน้า ไปทางกะอ์บะฮ์ เมืองมักกะฮ์ ... นี่เป็นตัวอย่าง การ นาซิค อายัต ในต้นญุซที่ 2
ซึ่งแน่นอน ไม่ว่าทางไหนนั้น อัลลอฮก็ทรงเป็นพระเจ้าของทุกทิศ ทั้งทิศตะวันออก หรือ ตะวันตกอยู่แล้ว
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 151
____________________
อัลลอฮ ทรงกล่าวถึงท่านนบีมูฮัมหมัด(ซอลฯ) ที่พระองค์ทรงส่งมาให้เผยแพร่วจนะของพระองค์ หากมีผู้ฝ่าฝืน ก็จงอย่าได้กลัวมนุษย์พวกนั้น แต่จงเกรงกลัวและยำเกรงต่อพระองค์เถิด
พระองค์ ได้ให้ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซอลฯ) สอนประชาชาติของท่าน ถึงข้อปฏิบัติ และข้อละเว้นต่างๆ ... จงดุอา จงวิงวอนต่ออัลลอฮ พระองค์กล่าวว่า เพราะแท้จริง พระองค์นั้นอยู่ใกล้ชิดพวกเรา...
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 153
____________________
พระองค์ยังพูดถึงแนวทางการดำรงชีวิตของเรา ว่า จงอดทน และ จงละหมาด นี่เป็นคุณสมบัติของผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง เพราะแท้จริง พระองค์นั้น อยู่เคียงข้างผู้ที่อดทนเสมอ
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 156
____________________
และผู้ศรัทธา เขา คือผู้ที่ไม่หวั่นต่อบททดสอบของพระองค์ หากเมื่อเขา ประสบพบกับสิ่งเลวร้ายในชีวิต เขาก็จะกล่าวว่า "แท้จริง เรา เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และแท้จริง เราต้องกลับไปยังพระองค์"
( หรือที่เราพูดกันคือ "อินนา ลิลลาฮี วา อินนา อีลัยฮี รอ ญีอูน" นั่นเอง ซึ่งไม่ได้เอาไว้พูดกับเมื่อได้ยินว่ามีคนตายเท่านั้น แต่ที่จริง สามารถพูดได้ ในทุกสถานการณ์ที่ย่ำแย่ )
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 158-159
____________________
จากนั้น ในญุซนี้ พระองค์ ทรงกล่าวถึง 1 ในเสาหลักอิสลามทั้ง 5 คือการประกอบพิธีฮัจญ์ ได้กล่าวถึง เนินเขาศอฟา และ เนินเขามัรวะฮ์ ที่ซึ่งเราที่ไปทำฮัจญ์ ทำอุมเราะฮ์ จะซะอีย์ 2 สถานที่นี้เป็นจำนวน 7 รอบ และอ่านอายัตนี้ ก่อนจะเดินขึ้น เนินเขาศอฟาในรอบที่ 1 "อินนัศศอฟา วัล มัรวาตา...." ไปจนจบอายัต นั่นเอง
ซึ่งพระองค์ ก็ทรงเตรียมผลบุญมหาศาล รอมอบให้แก่พวกเขาเหล่านั้น ที่ทำอุมเราะฮ์ และ ฮัจญ์ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไว้แล้ว ... จากนั้น พระองค์ ยังกล่าวถึง บรรดาผู้ที่ปกปิดความจริง หลอกลวง เฉไฉ ต่างๆ หลังจากที่สัจธรรมที่แท้จริงได้ถูกประทานลงมาแล้ว ว่าพวกเขาเหล่านี้ จะถูกไล่ ออกจากความเมตตาของพระองค์ และจะถูกสาปแช่งจากผู้ที่จะสาปแช่งพวกเขาอีก
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 164
____________________
จากนั้น พระองค์ยังย้ำเตือนสติเรา ว่าถ้าเรามีปัญญาจริงๆแล้ว เราต้องรู้ ว่าพระองค์ คือผู้ทรงสร้างจักรวาลนี้ ผู้โคจร ให้ดวงดาวต่างๆในวิถีของมัน ไม่ชนกัน ผู้ประทานน้ำฝน ผู้มอบชีวิต ผู้ส่งลม พัดเมฆไปในทิศต่างๆ ล้วนเป็นอำนาจของพระองค์ หากเราเรียกตัวเองว่าผู้ศรัทธา เราจะไม่กล้าทำผิด หรือแสดงความโอหัง อวดเบ่ง อีกเลย เพราะพระองค์นั้นยิ่งใหญ่เหลือเกิน...
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 168
____________________
จากนั้น พระองค์ยังให้เรา บริโภคในสิ่งที่ฮาลาล และดี (สังเกตคำที่พระองค์ใช้ พระองค์ใช้คำว่า ฮาลาล เป็นอันดับแรก และจึงใช้คำว่า ดี เป็นอันดับสอง เพราะของดี ไม่จำเป็นต้องฮาลาล เสมอไป ...
- เนื้อสัตว์ที่ปลอดสารพิษ ผ่านการฆ่าเชื้อโน่นนี่นั่น แต่ไม่ได้เชือดตามหลักชารีอะฮ์ ไม่ได้กล่าวบิสมิลละฮก่อนเชือด ยังไงก็ไม่ฮาลาล
- คนเศร้า ฟังเพลงเพื่อการปลอบใจ ให้เหตุผลถึง ความไพเราะและจับใจของมัน ใช้วิธีดนตรี สร้างสุนทรีย์ในหัวใจ ถึงฟังดู "ดี" แต่ก็ไม่ "ฮาลาล"
และอื่นๆ เป็นต้น) เพราะสิ่งเหล่านั้น มันเป็นการล่อลวงจากชัยฏอน และพระองค์ สั่ง "ห้าม" ตามการล่อลวงนั้นเด็ดขาด พร้อมทั้งกล่าว ว่ามัน เป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุด!!!
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 171
____________________
อัลลอฮทรงเปรียบพวกปฏิเสธศรัทธา นั้น เป็นพวก หูหนวก เป็นใบ้ และตาบอด เราให้ศาสนาแก่เขา เขาก็จะทำไม่ได้ยิน ไม่รับรู้ และไม่เห็น
_________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 173
____________________
พระองค์ ยังทรงห้ามเราบริโภคสุกร และซากสัตว์ที่ตายเอง เลือด และสัตว์ที่กล่าวคำนอกจากอัลลอฮ เช่นพวกเอาไว้ ไหว้เจ้า หรือเซ่นไหว้อะไรบางอย่าง ... แต่ในขณะเดียวกัน พระองค์ ก็ทรงให้ทางออก แก่ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์ลำบากสุดๆ ไม่มีอะไรจะกินแล้วจริงๆ ก็อนุโลมให้บริโภคได้ แต่ต้อง หมดหนทางแล้วจริงๆ
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 177
____________________
จากนั้น ได้กล่าวถึง อีหม่านที่แท้จริง อีหม่านที่คู่กับฏออัต ผู้ยำเกรงที่แท้จริง จะต้องศรัทธาต่ออัลลอฮ และวันกียามัต และบรรดามลาอีกัต และบรรดาคัมภีร์ และบรรดานบี
- ต้องบริจาคทรัพย์สิน ทั้งๆ ที่รัก และหวงแหนมัน
- ต้องละหมาด
- ต้องจ่ายซะกาต
- ต้องรักษาสัญญา ที่เคยลั่นวาจาไว้ ไม่บิดพลิ้วแต่อย่างใด เหล่านี้แหละ คือผู้มีอีหม่าน และยำเกรงอย่างแท้จริง
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 178
____________________
จากนั้น พระองค์ทรงกล่าวถึงชารีอัต ฮูดู้ด (บทลงโทษ) ของผู้ที่สังหารคนอื่น คือต้องถูก กีศอศ (การประหาร) นั่นเอง และใครที่ละเมิดจากมัน พระองค์ ทรงเตรียมการลงโทษอันเจ็บแสบ รอไว้แล้ว
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 183-186
____________________
จากนั้น ก็ได้กล่าวถึง ชารีอัต การถือศีลอด ซึ่งเป็นอายัต นาซิค (ยกเลิก) อีก เพราะครั้งแรก อัลลอฮทรงกล่าว ว่า "พระองค์ ทรงบัญญัติให้ถือศีลอด ดังเช่นได้บัญญัติให้แก่คนยุคก่อนๆ" (ซึ่งพออายัตนี้ลงมา บรรดามุสลีมีน ก็ได้ถือศีลอด ตามนบี ซึ่งท่าน ก็ทำตามนบีคนก่อนๆ คือ ทุกวันที่ 13 14 15 ของทุกเดือน) และหลังจากนั้น พระองค์ ก็ทรงประทานอายัตต่อมา ว่า "ผู้ใดเห็น (ดวงจันทร์) แล้ว ก็จงถือศีลอด" นั่นทำให้บทบัญญัติเก่าถูกยกเลิก
เป็นที่มาของ วายิบ ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ตลอดทั้งเดือน แทนการถือศีลอดในทุก 3 วันกลางเดือน ซึ่งที่เป็นวายิบ(แบบเลือกทำ) ก่อนหน้านั้น และกลายเป็น ซุนัต ไป
( ในช่วงแรก ที่วายิบถือศีลอดนั้น .. แม้ว่าจะวายิบ วันที่ 13 14 15 ของทุกเดือนก็จริง .. แต่ก็ให้เลือกได้ ว่า จะถือศีลอด หรือจะบริจาคทานแก่คนยากคนจน นี่คือ สิ่งวายิบแบบเลือกทำได้ ... แต่เมื่อมีบัญญัติใหม่มา .. สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งวายิบแทน
และสิ่งที่เคยวายิบ .. จึงกลายมาเป็นซุนัตไป ดังนั้น การถือศีลอดกลางเดือน จึงเป็นซุนัตสำคัญ .. เพราะครั้งหนึ่ง สิ่งนี้ เคยเป็นสิ่งวายิบมาก่อนนั่นเอง )
พระองค์ยังกล่าว ว่าเป้าหมายในอีบาดัตนี้ เพื่อที่ว่าพวกเจ้า จะได้ยำเกรง ... พระองค์ ทรงเปิดโอกาส แก่ผู้ที่ป่วยไม่ไหว หรือคนเดินทาง สามารถ ไม่ถือศีลอดนี้ และไปชด ในวันอื่นในเดือนอื่น ตามจำนวนวัน ที่จำเป็นนั้น ได้ ... พระองค์ ทรงประสงค์ให้ทุกอย่างนั้นง่ายดาย ไม่ได้ประสงค์ให้เกิดความยากลำบากแก่ผู้ใด
และใคร ที่ถามถึงพระองค์ ก็จงตอบไปว่า แท้จริง พระองค์นั้นอยู่ใกล้ จงวิงวอน จงดุอาต่อพระองค์ อัลลอฮจะทรงตอบรับ ดังนั้น เขาจะต้องศรัทธาต่ออัลลอฮ และปฏิบัติในหนทางของพระองค์ เพื่อที่เขานั้น จะได้รับทางนำ
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 187
____________________
จากนั้น พระองค์กล่าวถึงสามีภรรยา ที่พระองค์ทรงอนุญาตให้หลับนอน ในเวลากลางคืนได้ และในเวลากลางวัน ก็จงถือศีลอด และให้ละเว้นในยามเอี้ยะตีกาฟด้วย แม้เป็นยามค่ำคืนก็ตาม เหล่านี้ เป็นขอบเขต บทบัญญัติของพระองค์
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 188
____________________
พระองค์ ได้ทรงห้ามเรา กินทรัพย์สิน ของผู้อื่น (ประโยคนี้สั้นๆ แต่น่าจะโดนกันทุกคน พึงระลึก ทุกบาททุกสตางค์ที่ได้มา พระองค์จะสอบสวน ว่าฮาลาลหรือไม่ หรือได้มา จากคนที่ฮารอม วิธีการที่ฮารอม)
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 196
____________________
จากนั้น พระองค์ยังลงรายละเอียด บทบัญญัติเรื่องฮัจญ์ ผู้ที่จำเป็น ผู้ที่ทำผิด การชดใช้ต่างๆ การกุรบาน หรือถ้าไม่สามารถกุรบานได้ ก็ให้ถือศีลอด 3 วันหลัง ฮัจญ์ และอีก 7 วันหลังกลับบ้าน ให้ครบ 10 วัน
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 197
____________________
พูดถึง บัญญัติในช่วงฮัจญ์ ว่า ห้ามทำสิ่งลามก ห้ามทำการละเมิด และห้ามทำการวิวาทกัน ... และเมื่อทำฮัจญ์เสร็จสิ้นแล้ว ก็จงกล่าว รำลึกถึงอัลลอฮมากๆ
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 201-202
____________________
พระองค์ กล่าวถึง บางคน จะดุอา ขอสิ่งต่างๆบนโลกนี้ เขาก็จะไม่ได้ สิ่งที่อยู่ในโลกหน้า ในขณะที่บางคนกล่าว ดุอา ขอให้เขา ได้รับความดีทั้งโลกนี้และโลกหน้า และปลอดภัยจากไฟนรก พวกเขานี้แหละที่อัลลอฮจะทรงมอบตามที่เขาได้ขวนขวายไว้ (ซึ่งอายัตนี้ ก็คือ ดุอาที่ดีที่สุด ที่เราดุอากันเป็นประจำ "ร็อบบานา อาตีนา ฟิดดุนยา ฮาซานะฮ์ ..." จนจบ นั่นเอง)
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 203
____________________
พระองค์ ยังกล่าวถึง ผู้ที่จะกลับจากฮัจญ์ในวันที่ 12 ไม่รอครบวันที่ 13 ก็ถือว่าฮัจญ์ของเขาใช้ได้ หรือใครจะกลับวันที่ 13 ก็ไม่เป็นไรเช่นกัน
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 212
____________________
อัลลอฮได้ทรงกล่าวถึง ผู้ปฏิเสธศรัทธา ที่บนโลกนี้ พระองค์ จะมอบสิ่งต่างๆมากมาย ประดับประดาให้โลกนี้ของพวกเขานั้น สบาย แถมพวกเขายังเย้ยหยัน ผู้ที่ศรัทธาอีก ... แต่ในวันกียามัต ผู้ศรัทธาต่างหากละ ที่จะได้รับชัย เหนือพวกเขาเหล่านี้
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 213
____________________
อัลลอฮ ได้ทรงพูดถึง คัมภีร์ของพระองค์ ที่เป็นข้อยุติการพิพาท หรือการโต้เถียงใดๆ เพราะคัมภีร์นี้ มีคำตอบอันชัดแจ้งอยู่แล้ว
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 214
____________________
จากนั้น อัลลอฮ ทรงตรัสถามผู้ศรัทธา .. ว่าพวกเจ้าคิดว่า พวกเจ้าจะได้เข้าสวรรค์ ทั้งๆที่พวกเจ้ายังไม่เคยสัมผัสความยากลำบาก ดังที่คนรุ่นก่อนเคยสัมผัส เช่นนั้นรึ ? ทั้งความลำบาก ความเดือดร้อน กระทั่งความหวั่นไหว (หรือสั่นไหว อย่างรุนแรง) .. กระทั่ง ท่านรอซูล (ศอลฯ) และบรรดาผู้ศรัทธา ต่างถามกันว่า ความช่วยเหลือของอัลลอฮนั้นจะมาเมื่อไหร่ ? .. ก็จงรู้ไว้เถิด ว่าความช่วยเหลือของพระองค์นั้น อยู่ใกล้แค่นี้เอง
(อายัตนี้ นักวิชาการตัฟซีร กล่าวว่า อายัตนี้ถูกประทานลงมาในสมรภูมิคอนดัก ที่มุสลิมประสบภาวะกดดันมากมาย จากสงคราม ทั้งศัตรู ทั้งอากาศที่หนาวเย็น และอื่นๆ ... และมีนักวิชาการตัฟซีรบางท่าน ก็กล่าวว่า อายัตนี้ถูกประทาน ในสมรภูมิ อูฮุด)
( กล่าวคือ .. ผู้ที่จะเข้าสวรรค์ของอัลลอฮ ย่อมต้องผ่านอุปสรรคความยากลำบากมากมายนั่นเอง )
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 217,219,220,221,222,227-229
____________________
พระองค์ยังกล่าว ถึง เรื่องราวต่างๆ ทั้ง เดือนต้องห้าม สุรา เด็กกำพร้า การห้ามแต่งงานจนกว่าอีกฝ่ายจะเป็นมุสลิม/มุสลีมะฮ์ เรื่องประจำเดือน และพระองค์ยังพูดถึงบทบัญญัติในการหย่าร้าง ซึ่งเรียกว่า มีรายละเอียดเยอะมาก และครบถ้วนสมบูรณ์
( จะสังเกต ในญุซนี้ จะเป็นบทบัญญัติเสียส่วนใหญ่ รายละเอียดเยอะมากจริงๆ )
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 249-252
____________________
ถึงกระนั้น เมื่อจะจบญุซที่ 2 พระองค์ ได้เล่า ถึง กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง และนบีที่สำคัญคนหนึ่งของเรา เป็นเรื่องราวของ กษัตริย์ฏอลูต กับ ท่านนบีดาวูด(อ.ฮ.) ซึ่งทำสงครามกับ ทรราชย์ ญาลูต นั่นเอง ... พระองค์ ได้ทรงกล่าว ถึง ฏอลูต ดาวูด และ ญาลูต (ทรราชย์ ญาลูต ใช้อำนาจเข่นฆ่าผู้คนบนหน้าแผ่นดินนี้ หลั่งเลือดมากมาย) ร้อนถึงกษัตริย์ฏอลูต ต้องออกไปปราบ โดยมี ท่านนบีดาวูด(อ.ฮ.) เป็นแม่ทัพในกองทัพนี้ ... และการเดินทางก็เกิดขึ้น (ท่ามกลางภูมิประเทศ และภูมิอากาศอันแสนโหดร้าย) เมื่อถึงแหล่งน้ำที่หนึ่ง กษัตริย์ฏอลูต จะทดสอบทหารของท่าน ท่านจึงกล่าวว่า พวกเจ้าจงดื่มน้ำจากที่นี่ เพียงคนละ 1 กวักมือเท่านั้น ห้ามดื่มมากกว่านั้น
(แต่ความเหนื่อยและความร้อนที่สะสมมา ทำให้นายทหารส่วนใหญ่ ไม่ฟังและดื่มน้ำกันอย่างมากมาย กษัตริย์ ฏอลูต จึงทิ้งพวกนี้ไว้ และออกเดินทางต่อ กับทหารที่เหลือเพียงหยิบมือ)
จึงมีคนถาม ว่า คนเพียงแค่นี้ จะไปสู้ญาลูตได้อย่างไร .. บรรดาผู้ศรัทธามั่น จึงตอบกลับไปว่า กี่มากน้อยแล้ว ที่กองกำลังที่น้อยกว่า สามารถเอาชนะ เหนือกองกำลังที่มากกว่า ด้วยประสงค์ขององค์อัลลอฮ!! และเมื่อพวกเขา ได้เดินทางมาถึง และเผชิญหน้า กับกองทัพญาลูต บรรดาผู้ศรัทธา ภายใต้ธงของกษัตริย์ ฏอลูต จึงดุอาต่ออัลลอฮ
"โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์ ได้โปรดประทานความอดทนแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด และโปรดให้เท้าของข้าพระองค์ได้มั่นคง(ไม่สั่นคลอน ไม่หวั่นไหว) และโปรดทรงช่วยพวกข้าพระองค์ ให้มีชัยชนะ เหนือพวกผู้ปฏิเสธทั้งหลาย ด้วยเถิด"
จากนั้น เมื่อกองทัพทั้งสองฝ่าย รบพุ่งกัน ก็เป็นท่านนบีดาวูด(อ.ฮ.) ที่สามารถสังหารญาลูตลงได้ ด้วยความประสงค์ของอัลลอฮ พระองค์ทรงหยุดความชั่วร้าย ที่ทำลายหน้าแผ่นดินของพระองค์ลง นี่คือคุณเหลือคณานับ
พระองค์ทรงสอน นบีดาวูด(อ.ฮ.) ทรงยกเกียรติท่าน ( ภายหลัง ท่านคือ 1 ใน 2 นบีของอัลลอฮ ที่เป็นทั้ง นบี และ กษัตริย์ ผู้ยิ่งใหญ่ในคราวเดียวกัน .. มะอ์ญีซัตท่าน ที่อัลลอฮทรงประทานให้คือ .. เมื่อท่านจับต้องกับเหล็ก มันจะอ่อนตัวลง .. นั่นทำให้ท่าน เป็นกษัตริย์คนแรกๆ ของโลก .. ที่ใช้เสื้อเกราะ ที่ทำจากเหล็ก นั่นเอง )
จากนั้น ญุซนี้ ก็จบด้วยอายัต ที่พระองค์ ทรงกล่าวแก่ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซอลฯ) ว่า อายัตเหล่านี้ เป็นเรื่องจริง และเจ้า (นบีมูฮัมหมัด(ซอลฯ)) เป็นหนึ่ง ในบรรดารอซูลของเรา
บทความที่น่าสนใจ