เมื่อเผชิญความสูญเสีย ความเจ็บปวด หรือความคิดถึง มนุษย์ย่อมรู้สึกเศร้าและอาจหลั่งน้ำตา บางคนจึงสงสัยว่า การร้องไห้แสดงถึงความอ่อนแอทางศรัทธาหรือไม่ และผู้ที่ยอมรับกำหนดของอัลลอฮ์ควรหยุดร้องไห้ทันทีหรือเปล่า
หลักฐานในอิสลามแสดงให้เห็นว่า การหลั่งน้ำตาจากความโศกเศร้าไม่ได้ขัดกับความอดทนโดยตัวมันเอง สิ่งที่ต้องพิจารณาคือคำพูดและการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกับความเศร้านั้น การร้องไห้ตามธรรมชาติจึงต้องแยกออกจากการคร่ำครวญในรูปแบบที่ศาสนาห้าม
ท่านนบี ﷺ ก็ทรงหลั่งน้ำตา
เมื่ออิบรอฮีม บุตรของท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ อยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต ท่านนบีได้หลั่งน้ำตา เมื่ออับดุรเราะห์มาน บินเอาฟ์แสดงความประหลาดใจ ท่านอธิบายว่าน้ำตานั้นเกิดจากความเมตตา และกล่าวถึงความเศร้าในหัวใจ พร้อมยืนยันว่าจะกล่าวเฉพาะสิ่งที่พระผู้อภิบาลทรงพอพระทัย เหตุการณ์นี้บันทึกในเศาะฮีห์อัลบุคอรี หมายเลข 1303 อ่านหลักฐานฮะดีษ
แบบอย่างนี้สอนเราว่า ผู้ศรัทธาสามารถรัก คิดถึง และเจ็บปวดจากการจากลาได้ ความอดทนไม่ได้บังคับให้หัวใจไร้ความรู้สึก แต่ช่วยประคองเราให้รักษาคำพูดและการกระทำ แม้ในเวลาที่ความเศร้าหนักหน่วง
เราจึงไม่ควรกล่าวกับผู้สูญเสียว่า “ถ้าศรัทธาจริงก็ต้องไม่ร้องไห้” เพราะคำพูดเช่นนี้ไม่สอดคล้องกับแบบอย่างของท่านนบี และอาจเพิ่มความเจ็บปวดให้ผู้ที่กำลังโศกเศร้า
การร้องไห้กับการคร่ำครวญที่ต้องห้ามต่างกันอย่างไร
ในภาษาไทย คำว่า “ร่ำไห้” อาจหมายถึงการร้องไห้อย่างหนัก แต่ในทางศาสนา เราต้องพิจารณาพฤติกรรมให้ชัดเจน ไม่ควรตัดสินว่าการร้องไห้ทุกครั้งเป็นสิ่งต้องห้าม
ท่านนบี ﷺ กล่าวเตือนอย่างรุนแรงถึงผู้ที่ตบแก้ม ฉีกเสื้อผ้า และร้องเรียกด้วยถ้อยคำตามวิถีญาฮิลียะฮ์เมื่อประสบความสูญเสีย หลักฐานนี้ชี้ถึงการแสดงความโศกเศร้าที่ละเมิดขอบเขต มิใช่การห้ามน้ำตาทุกประเภท เศาะฮีห์อัลบุคอรี 1294
การคร่ำครวญที่เรียกว่า นิยาหะฮ์ จึงต้องแยกจากการหลั่งน้ำตาตามธรรมชาติ โดยเฉพาะการคร่ำครวญแบบพิธีกรรม การตีตน ฉีกเสื้อผ้า หรือกล่าวถ้อยคำคัดค้านกำหนดของอัลลอฮ์
ขณะเดียวกัน เราไม่ควรรีบกล่าวหาผู้ที่สะอื้นหรือร้องไห้จนควบคุมเสียงไม่ได้ว่าเขากำลังต่อต้านอัลลอฮ์ ความเจ็บปวดของแต่ละคนแสดงออกต่างกัน การตักเตือนควรอาศัยความรู้ ความเข้าใจสถานการณ์ และความอ่อนโยน
ความอดทนสามารถอยู่ร่วมกับน้ำตาได้
คำว่า ศ็อบร์ หมายถึงความอดทนและการประคองตนให้อยู่ในขอบเขตที่อัลลอฮ์ทรงกำหนด เมื่อเกิดความสูญเสีย ผู้ศรัทธาพยายามรักษาตนจากคำพูดและการกระทำที่ต้องห้าม แม้หัวใจยังเจ็บปวดอยู่
ท่านนบี ﷺ สอนว่า ความอดทนอยู่ในขณะแรกที่ความทุกข์กระทบถึงเรา เป็นคำเตือนให้พยายามตั้งสติตั้งแต่ช่วงแรกของเหตุการณ์ มิใช่เหตุให้เราตัดสินว่าคนที่ยังเศร้าอยู่ไม่มีความอดทน เศาะฮีห์อัลบุคอรี 1283
ผู้สูญเสียจึงอาจร้องไห้ พร้อมกับกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮ์ ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ และพยายามทำหน้าที่ของตนต่อไปได้ การฟื้นตัวของหัวใจอาจต้องใช้เวลา และคนรอบข้างควรช่วยประคองด้วยความเมตตา
ระบายความทุกข์ต่ออัลลอฮ์
ในเรื่องราวของนบียะอ์กูบ อะลัยฮิสสลาม อัลกุรอานกล่าวถึงความเศร้าของท่าน และการที่ท่านนำความทุกข์ใจไปกล่าวต่ออัลลอฮ์ เรื่องราวนี้สอนให้ผู้ศรัทธาหันกลับไปหาพระองค์เมื่อหัวใจหนักอึ้ง อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ยูซุฟ 12:86
เราสามารถขอดุอาอ์ด้วยถ้อยคำที่จริงใจ เช่น
“โอ้อัลลอฮ์ พระองค์ทรงรู้ถึงความเจ็บปวดของข้าพระองค์ โปรดประทานความอดทน ความสงบ และทางออกที่ดีแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด”
ข้อความนี้เป็นตัวอย่างดุอาอ์ทั่วไป ไม่ใช่ถ้อยคำฮะดีษ การบอกเล่าความทุกข์เพื่อขอความช่วยเหลือแตกต่างจากการกล่าวกล่าวโทษพระองค์ และการขอให้คนที่ไว้วางใจช่วยรับฟังก็เป็นสิ่งที่เราสามารถทำควบคู่กันได้
น้ำตาจากการรำลึกถึงอัลลอฮ์
น้ำตาอาจเกิดจากความสำนึกผิด ความยำเกรง หรือความซาบซึ้งในความเมตตาของอัลลอฮ์ด้วย ในฮะดีษเรื่องบุคคลเจ็ดประเภทที่ได้รับร่มเงาในวันกิยามะฮ์ มีการกล่าวถึงผู้ที่รำลึกถึงอัลลอฮ์ตามลำพังแล้วหลั่งน้ำตา เศาะฮีห์อัลบุคอรี 660
อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรใช้จำนวนหยดน้ำตาเป็นเครื่องวัดศรัทธาของตนเองหรือผู้อื่น คนที่ไม่ร้องไห้อาจมีความยำเกรงและความจริงใจเช่นกัน สิ่งที่ควรใส่ใจคือการกลับตัวจากความผิด การรักษาหน้าที่ และการปรับปรุงชีวิตให้สอดคล้องกับคำสอนของศาสนา
เมื่อประสบความสูญเสีย ควรทำอย่างไร
อัลลอฮ์ทรงกล่าวถึงผู้ที่เมื่อประสบเคราะห์ภัยแล้วกล่าวว่า
إِنَّا لِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ
“อินนา ลิลลาฮิ วะอินนา อิลัยฮิ รอญิอูน”
ความหมายโดยสรุปคือ เราเป็นของอัลลอฮ์ และเราจะกลับไปหาพระองค์ ถ้อยคำนี้ช่วยเตือนใจถึงความเป็นบ่าวและการกลับคืนสู่พระผู้สร้าง อัลกุรอาน ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:156
ในทางปฏิบัติ ผู้ที่กำลังโศกเศร้าอาจเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ได้แก่
-
กล่าวรำลึกถึงอัลลอฮ์และขอดุอาอ์ตามกำลังที่ทำได้
-
ยอมรับว่าตนกำลังเจ็บปวด โดยระวังคำพูดและการกระทำที่ละเมิดขอบเขต
-
ขอให้ครอบครัวหรือคนที่ไว้วางใจอยู่เป็นเพื่อนและช่วยเหลือเรื่องจำเป็น
-
ค่อย ๆ รักษากิจวัตรและหน้าที่ โดยไม่กดดันให้ตนกลับมาเป็นปกติทันที
ดูแลผู้โศกเศร้าด้วยความเมตตา
เมื่อเห็นผู้อื่นร้องไห้ เราอาจช่วยได้ด้วยการนั่งอยู่ข้าง ๆ รับฟัง และช่วยแบ่งเบาภาระ ไม่จำเป็นต้องรีบอธิบายเหตุผลของความสูญเสียทุกครั้ง บางช่วงเวลา ผู้ทุกข์ใจต้องการคนที่รับฟังมากกว่าคำสอนยาว ๆ
การเตือนให้มีความอดทนควรทำอย่างอ่อนโยน เช่น “ขออัลลอฮ์ประทานความอดทนแก่คุณ ฉันพร้อมอยู่เป็นเพื่อน” พร้อมช่วยให้เขารักษาความหวังและไม่รู้สึกว่าต้องเผชิญความทุกข์เพียงลำพัง
อิสลามเปิดพื้นที่ให้หัวใจรู้สึกเศร้าและดวงตาหลั่งน้ำตา พร้อมสอนให้เรารักษาคำพูด การกระทำ และความผูกพันกับอัลลอฮ์ในวันที่ยากลำบาก แบบอย่างของท่านนบี ﷺ จึงเป็นทั้งคำสอนเรื่องความอดทนและความเมตตาต่อผู้ที่กำลังสูญเสีย
ขออัลลอฮ์ทรงประทานความสงบแก่หัวใจที่โศกเศร้า ทรงเมตตาผู้ล่วงลับ และทรงช่วยให้เราผ่านบททดสอบด้วยความอดทนและความหวังในพระองค์ อามีน
บทความที่น่าสนใจ


